“คุมเข้มพรมแดน” หวั่นโควิด-19 หลังพม่าระบาดหนักระลอกที่สอง

นายพัลลภ สิงหเสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้สั่งการนายอำเภอทั้ง 8 อำเภอ กำนันผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพิ่มความเข้มงวดเฝ้าระวังป้องกันการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายตลอดแนวชายแดนไทย-เมียนมา หลังพบการระบาดของไวรัสโควิด -19 ( COVID-19 ) ระลอกที่ 2 ในฝั่งเมียนมา

ส่วนที่จุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร ได้อนุญาตให้มีการนำเข้า-ส่งออก เฉพาะสินค้าแห้งตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 เวลา 06.30-18.30 น. ของทุกวัน แต่ยังห้ามบุคคลเดินทางเข้า-ออก ด่านพรมแดน โดยการขนส่งสินค้าจะมีการกำหนดจุดขนถ่ายสินค้า และมีเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมปฏิบัติงานภายใต้มาตรการป้องกันเชื้อไวรัสโควิด -19 ( COVID-19 )อย่างเคร่งครัด

ขณะทีจังหวัดเชียงราย พลตรี ถนัดพล โกสัยเสวี ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง ลงพื้นที่ชายแดนไทย – เมียนมา ด่านแม่สาย พร้อมทั้งประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์การลักลอบเข้าเมืองของบุคคลต่างด้าว ซึ่งผลจากการประชุมมีการจับกุมบุคคลต่างด้าวลักลอบหลบหนีเข้าเมืองผิดกฏหมาย ที่จังหวัดเชียงราย สามารถทำการจับกุมได้ 56 ครั้ง ผู้ต้องหา 151 ราย แยกเป็นบุคคลต่างด้าวชาวเมียนมา 83 ราย ชาวไทย 54 ราย ชาวลาว 12 ราย และชาวจีน 2 ราย

นอกจากนั้นแล้วได้กำชับกำลังพลให้เพิ่มความถี่ในการลาดตระเวนให้เพิ่มกำลังพลในภารกิจนี้ให้มากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ป่าเขาช่องทางตามพรมแดนธรรมชาติ ที่จะเป็นจุดที่กลุ่มคนต่างด้าว มีการลักลอบข้ามแดนผ่านเข้ามาในเมืองที่ผิดกฎหมาย

นอกจากนั้นแล้วได้กำชับกำลังพลให้เพิ่มความถี่ในการลาดตระเวนให้เพิ่มกำลังพลในภารกิจนี้ให้มากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ป่าเขาช่องทางตามพรมแดนธรรมชาติ ที่จะเป็นจุดที่กลุ่มคนต่างด้าว มีการลักลอบข้ามแดนผ่านเข้ามาในเมืองที่ผิดกฎหมาย