โตโยต้า กาซู เรซซิ่ง ทีมไทยแลนด์” ฟอร์มเฉียบ คว้าชัยศึก 24 ชม. นูร์เบอร์กริง

โตโยต้า กาซู เรซซิ่ง ทีมไทยแลนด์ สร้างประวัติศาสตร์ใหม่วงการมอเตอร์สปอร์ตไทย คว้าชัยชนะอับดับที่ 1 และ 2 ในการแข่งขัน 24 ชม.นูร์เบอร์กริง ณ ประเทศเยอรมนี

เรซซิ่ง ทีมไทยแลนด์

สร้างประวัติศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่ให้กับวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย ได้เต็มภาคภูมิสำหรับ “Toyota Gazoo Racing Team Thailand” (โตโยต้า กาซู เรซซิ่ง ทีมไทยแลนด์) โดยการสนับสนุนของ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด คว้าถ้วยแชมป์อันดับที่ 1 และ 2 ของรุ่น SP3 ในการแข่งขันใหญ่ระดับอินเตอร์เนชั่นแนล “ADAC Total 24h-Race Nürburgring” กับการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบแบบมาราธอน 24 ชั่วโมง

รายการสุดโหดระดับ ณ สนามนูเบอร์กริง เมืองนูร์เบอร์ก ประเทศเยอมนี เข้าสู่รอบการแข่งขัน 24 ชั่วโมงสุดทรหด กับระยะทางกว่า 25 กิโลเมตร และโค้งอันตรายอีก 73 โค้ง รถทุกคันต่างขับเคี่ยวกันตั้งแต่นาทีแรก และมีอุปสรรคสำคัญคือฝนที่ตกต่อเนื่องเป็นเวลานานตั้งแต่ช่วงควอลิฟายด์แทร็กจึงเปียกและลื่น ไม่ลดละความพยายาม ฝ่าสายฝนและกลุ่มหมอกที่ปกคลุมการแข่งขัน

เรซซิ่ง ทีมไทยแลนด์

ผ่านเข้าสู่ช่วงกลางคืนผู้จัดการแข่งขันประกาศ Red Flag ให้หยุดพักการแข่งขัน 9 ชม.เพื่อความปลอดภัยของนักแข่งและป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ จนถึงเวลา 8.00 น. ก็กลับมาประกาศให้เริ่มการแข่งขันใหม่ได้อีกครั้งภายใต้ 6 ชั่วโมงที่กดดัน และในช่วง 2 ชั่วโมง

สุดท้าย นักแข่งก็ต้องกลับมาขับด้วยความยากอีกครั้งเมื่อฝนเริ่มกลับมาตกบางพื้นที่ของสนาม นับเป็นการแข่งขันที่ยากและท้าทายสำหรับทุกคน แต่ด้วยความมุ่งมั่นพลังแห่งทีมเวิร์ก สมรรถนะของรถและใจที่สุดแกร่งของนักแข่ง ทำให้รถแข่งสัญชาติไทยหมายเลข 120 ขับโดย เฉิน เจี้ยน หงส์, กรัณฑ์ ศุภพงษ์ และนาโอกิ คาวามูระ วิ่งเข้ารับธงหมากรุกจบการแข่งขันในอันดับ 1 ของรุ่น SP3 และ 59 Overall รวม 67 รอบสนาม Best Lap 10.27.365 และรถหมายเลข 119 ขับโดย สุทธิพงศ์ สมิตชาติ, ณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ, ณัฐพงษ์ ห่อทองคำ และมานัต กุละปาลานนท์ คว้าอันดับ 2 ในรุ่น SP3 และ 64 Overall รวม 65 รอบสนาม Best Lap 11.16.162

จากรถที่เข้าร่วมแข่งขันในปีนี้รวม 97 คันหลังจบการแข่งขัน คุณสุทธิพงศ์ สมิตชาติ ผู้อำนวยการทีมและนักแข่งโตโยต้า กาซู เรซซิ่ง ทีมไทยแลนด์ กล่าวถึงผลงานว่า “ผมและทุกคนภูมิใจในความสำเร็จวันนี้มากๆ ครับ ทีมทำผลงานได้ดีมาก ในสภาพที่อากาศที่ไม่เป็นใจฝนตกตลอดการแข่งขัน ทำให้เกิดข้อจำกัดในการขับขี่มากขึ้น ต้องมีสติและใช้ประสบการณ์ในการขับอย่างมากเพื่อสู้กับแทร็กที่เปียกลื่นและการทำความเร็วที่ยากลำบาก

แต่ด้วยการวางแผนที่รัดกุม และสมรรถนะของรถที่พร้อมที่สุดทำให้ทีมได้ชัยชนะสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยได้อีกครั้ง ผมยังมุ่งมั่นที่จะผลักดันให้นักแข่งไทย และรถจากประเทศไทยได้พิสูจน์ศักยภาพและความแข็งแกร่งบนเวทีโลก พวกเราจะไม่หยุดที่จะพัฒนาและหาโอกาสที่ท้าทายใหม่ๆ อย่างแน่นอนครับ”ทั้งนี้การเข้าร่วมแข่งขัน ณ ประเทศเยอรมนี นักแข่งและทีมงานทุกคนได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด รวมถึงมาตรการการกักตัวในการเดินทางกลับเข้าประเทศด้วย