ออมอย่างไรไม่ให้โดนหลอก! 4 วิธีเช็กแอปและร้านค้าก่อนตัดสินใจออมทอง

Image
ออมอย่างไรไม่ให้โดนหลอก! 4 วิธีเช็กแอปและร้านค้าก่อนตัดสินใจออมทอง
/

การออมทอง กลายเป็นเทรนด์การลงทุนยอดฮิตสำหรับคนที่อยากสะสมทรัพย์สินด้วยงบน้อย เพราะเริ่มต้นเพียงหลักสิบหรือหลักร้อย ก็สามารถค่อยๆ เปลี่ยนเงินออมให้กลายเป็นทองคำจริงได้แล้ว แต่ในขณะเดียวกัน มิจฉาชีพก็ฉวยโอกาสนี้สร้างแอปพลิเคชันปลอมและเพจร้านค้าหลอกลวงขึ้นมามากมาย เพื่อไม่ให้เงินที่หามาด้วยความยากลำบากต้องสูญเปล่า มาดู 4 วิธีเช็กให้ชัวร์ก่อนโอนเงินลงสนาม ออมทอง กันครับ

1. เช็กการจดทะเบียนบริษัทและสมาคมค้าทองคำ
สิ่งแรกที่ต้องทำคือตรวจสอบว่าผู้ให้บริการ ออมทอง รายนั้นมีตัวตนอยู่จริงในระบบกฎหมายหรือไม่ ร้านค้าหรือแอปพลิเคชันที่น่าเชื่อถือควรจดทะเบียนนิติบุคคลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) อย่างถูกต้อง และหากเป็นร้านทองที่เป็นสมาชิกของสมาคมค้าทองคำแห่งประเทศไทย ก็จะยิ่งช่วยเพิ่มความมั่นใจได้อีกขั้นว่าไม่ใช่ร้านค้าทิพย์ที่สร้างขึ้นมาเพื่อหลอกลวง

2. ตรวจสอบการอ้างอิงราคาและเงื่อนไขการถอนทอง
แพลตฟอร์ม ออมทอง ที่ได้มาตรฐานจะใช้ราคาทองคำที่อ้างอิงตรงกับราคาสมาคมค้าทองคำแบบ Real-time นอกจากนี้ ควรเช็กเงื่อนไขการรับทองคำจริงให้ละเอียด เช่น กำหนดน้ำหนักขั้นต่ำในการเบิกทอง (เช่น 0.5 กรัม หรือ 1 สลึง) ค่าบล็อก ค่าจัดส่ง หรือระยะเวลาในการจัดส่ง เพื่อป้องกันปัญหาการหมกเม็ดค่าใช้จ่ายยามต้องการรับทองคำจริงมาเก็บไว้

3. มีหน้าร้านชัดเจน หรือจับมือกับสถาบันการเงิน
ร้านค้าที่เปิดบริการ ออมทอง ควรมีที่ตั้งหน้าร้านจริงที่คุณสามารถเดินทางไปติดต่อหรือรับทองได้ หรือหากเป็นแอปพลิเคชัน ก็ควรเป็นการพัฒนาโดยบริษัทชั้นนำหรือร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์ ควรหลีกเลี่ยงการ ออมทอง ผ่านการโอนเงินเข้าบัญชีส่วนบุคคล (นาย/นางสาว) หรือการซื้อขายผ่านข้อความในเพจโซเชียลมีเดียที่ไม่มีระบบความปลอดภัยรองรับ

4. ระวังข้อเสนอที่ "การันตีผลตอบแทนสูงเกินจริง"
ธรรมชาติของทองคำคือทรัพย์สินที่ราคาผันผวนตามกลไกตลาดโลก ไม่ใช่สินทรัพย์ที่สร้างปันผลหรือดอกเบี้ยคงที่ ดังนั้น หากเจอโฆษณาชวน ออมทอง ที่อ้างว่า "การันตีปันผล 10-20% ทุกเดือน" หรือ "ออมวันนี้ รับทองเพิ่มฟรีเท่าตัว" ให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่าเป็นโมเดลแชร์ลูกโซ่ ไม่ใช่การออมทองที่แท้จริง

การออมทอง เป็นตัวเลือกการสร้างวินัยทางการเงินที่ดีมาก เพียงแต่ต้องเริ่มต้นด้วยความระมัดระวัง สละเวลาตรวจสอบข้อมูลของผู้ให้บริการอย่างถี่ถ้วนก่อนโอนเงินเสมอ เพราะการป้องกันตั้งแต่แรกนั้นง่ายและปลอดภัยกว่าการตามแก้ปัญหาในภายหลังแน่นอนครับ