เครียด งานหนัก นอนไม่พอ ระวัง ไมเกรน? รู้ทันปัจจัยกระตุ้นสำหรับคนทำงาน

Image
เครียด งานหนัก นอนไม่พอ ระวัง ไมเกรน? รู้ทันปัจจัยกระตุ้นสำหรับคนทำงาน
/

เชื่อว่าหลายคนที่อยู่ในวัยทำงานคงคุ้นเคยกับอาการ "ปวดหัวข้างเดียว" กันมาบ้าง โดยเฉพาะช่วงที่งานเยอะ เครียดจัด หรือนอนไม่พอ หลายคนอาจคิดว่า “แค่เหนื่อยล้าธรรมดา เดี๋ยวก็หาย” แต่รู้ไหมว่ามันอาจเป็นสัญญาณของ "ไมเกรน" ได้เหมือนกัน ไมเกรนไม่ใช่แค่ปวดหัวธรรมดา แต่มันคืออาการที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตอย่างมาก โดยเฉพาะกับคนทำงานที่ต้องใช้สมองและมีภาระมากมายในแต่ละวัน บทความนี้ขอพาคุณมารู้จักกับไมเกรน ปัจจัยกระตุ้นไมเกรนที่คำทำงานควรรู้ รวมถึงสัญญาณเตือนของไมเกรนกันค่ะ

แล้วไมเกรนคืออะไร?
ไมเกรน (Migraine) เป็นอาการปวดหัวชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเฉพาะคือ ปวดตุ๊บๆ ข้างใดข้างหนึ่ง มีอาการคลื่นไส้ แพ้แสง แพ้เสียงร่วมด้วย บางคนอาจมี "ออร่า" นำมาก่อน เช่น มองเห็นแสงวูบวาบ หรือรู้สึก ตามมือหน้า ก่อนที่อาการปวดจะเริ่ม อาการนี้สามารถเกิดได้เป็นระยะ บางคนอาจเป็นเดือนละครั้ง บางคนสัปดาห์ละหลายครั้ง จนส่งผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานอย่างมาก

ปัจจัยกระตุ้นไมเกรนที่คนทำงานควรรู้

ความเครียดจากการทำงาน
ความเครียดถือเป็นหนึ่งในตัวกระตุ้นไมเกรนที่พบได้บ่อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเดดไลน์ การประชุม งานด่วน หรือปัญหากับเพื่อนร่วมงาน ทั้งหมดล้วนมีผลต่อระบบประสาท ซึ่งอาจไปกระตุ้นไมเกรนโดยไม่รู้ตัว
วิธีการป้องกัน: หมั่นผ่อนคลายความเครียดด้วยการออกกำลังกายเบาๆ เดินเล่น ฟังเพลง หรือฝึกสมาธิเป็นประจำ

การนอนหลับไม่เพียงพอหรือนอนผิดเวลา
ไม่น่าเชื่อว่าแค่ “นอนดึก” ก็ทำให้ไมเกรนกำเริบได้ เพราะการพักผ่อนไม่เพียงพอทำให้ร่างกายไม่สามารถฟื้นฟูระบบประสาทและฮอร์โมนต่างๆ ได้อย่างเต็มที่
วิธีการป้องกัน: พยายามเข้านอนให้ตรงเวลา และนอนอย่างน้อย 6–8 ชั่วโมงต่อคืน ถ้าเป็นไปได้ควรเลี่ยงการทำงานดึกเป็นประจำ

กาแฟ ชา หรือคาเฟอีนมากเกินไป
หลายคนติดกาแฟเพื่อให้สมองตื่นตอนเช้า แต่รู้ไหมว่าคาเฟอีนในปริมาณที่มากเกินไป หรือลดคาเฟอีนอย่างรวดเร็ว ก็อาจกระตุ้นไมเกรนได้เช่นกัน
วิธีการป้องกัน: ควรจำกัดปริมาณกาแฟไม่เกินวันละ 1–2 แก้ว และหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนช่วงเย็น

ใช้งานหน้าจอคอม-มือถือมากเกินไป
การจ้องจอเป็นเวลานานๆ ทำให้กล้ามเนื้อตาและสมองตึงเครียด ซึ่งสามารถเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่กระตุ้นไมเกรนได้
วิธีการป้องกัน: ใช้กฎ 20-20-20 คือ มองออกไปไกลๆ ทุก 20 นาที เป็นเวลา 20 วินาที และควรพักสายตาเป็นระยะ

ข้ามมื้ออาหาร หรือกินไม่เป็นเวลา
หลายคนยุ่งจนลืมกินข้าว หรือบางวันก็อดทั้งมื้อ ซึ่งระดับน้ำตาลในเลือดที่ต่ำผิดปกติ ก็สามารถเป็นชนวนให้ไมเกรนเกิดขึ้นได้
วิธีการป้องกัน: พกของว่างเล็กๆ เช่น กล้วย ถั่ว หรือธัญพืชไว้ใกล้ตัว เพื่อให้พลังงานไม่ตกจนเกินไปในแต่ละวัน

สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
• ปวดหัวแบบตุ๊บๆ ข้างเดียว
• คลื่นไส้ อาเจียน
• ตาพร่า เห็นแสงแปลกๆ
• อาการชาบริเวณมือ หรือหน้า
• แพ้เสียง แพ้แสงอย่างรุนแรง

หากมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ควรรีบพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสม ไม่ควรปล่อยให้ไมเกรนเรื้อรังจนกระทบชีวิตประจำวันไมเกรนอาจดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่ถ้าปล่อยไว้นานๆ โดยไม่ดูแลตัวเอง อาจกระทบทั้งสุขภาพและการทำงานอย่างรุนแรง การรู้ทัน "ปัจจัยกระตุ้นไมเกรน" และปรับพฤติกรรมให้เหมาะสม ถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ชีวิตคนทำงานเป็นไปได้อย่างราบรื่นและมีคุณภาพมากขึ้น อย่าลืมว่า สุขภาพดีคือพื้นฐานของการทำงานที่ดี ดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้นะ H8 Clinic คลินิกเฉพาะทางด้านไมเกรน พร้อมเป็นตัวช่วยในการดูแลสุขภาพของคุณ ให้คำแนะนำและทำการรักษาด้วยนวัตกรรมที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ โดยแพทย์เฉพาะทางด้านระบบประสาทและสมอง ติดตามผลการรักษาอย่างใส่ใจ เพราะเราอยากให้คุณห่างไกลจากอาการไมเกรนที่มักรบกวนการใช้ชีวิตของคุณค่ะ