5 จุดกดจุดนวดแก้ปวดหัว ไล่ความล้า คืนความสดชื่นให้สมอง

Image
5 จุดกดจุดนวดแก้ปวดหัว ไล่ความล้า คืนความสดชื่นให้สมอง
/

อาการปวดหัวหรือไมเกรน ไม่ว่าจะมาจากความเครียด การนั่งทำงานนาน หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ล้วนส่งผลให้สมองล้าและประสิทธิภาพการทำงานลดลงได้ค่ะ นอกจากการกินยาแล้ว อีกหนึ่งวิธีแก้ปวดหัว ที่ทำได้ง่ายๆที่บ้านคือ “การกดจุด” ซึ่งช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและคลายกล้ามเนื้อที่ตึงเครียดได้อย่างเป็นธรรมชาติ
บทความนี้ขอพาไปรู้จัก 5 จุดนวดที่จะช่วยให้คุณบรรเทาอาการปวดหัวได้ด้วยตัวเองค่ะ

1. จุดเหอกู่ (Hegu) - ง่ามนิ้วมือ
ตำแหน่ง: บริเวณเนินเนื้อระหว่างนิ้วโป้งกับนิ้วชี้
วิธีนวด: ใช้นิ้วโป้งอีกข้างกดลงไปช้าๆ ค้างไว้ 10-20 วินาที แล้วปล่อย ทำซ้ำ 1-2 นาที
สรรพคุณ: กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต คลายเครียด บรรเทาอาการปวดหัวได้ดีเยี่ยม (ข้อควรระวัง: หญิงตั้งครรภ์ไม่ควรกดจุดนี้)

2. จุดเฟิงชื่อ (Fengchi) - ท้ายทอย
ตำแหน่ง: รอยบุ๋มบริเวณด้านหลังศีรษะ ตรงรอยต่อระหว่างกะโหลกศีรษะกับต้นคอ
วิธีนวด: ใช้ปลายนิ้วกดลงไปตรงร่องช้าๆ แล้วปล่อย ทำต่อเนื่อง 2 นาที
สรรพคุณ: เป็น วิธีแก้ปวดหัว ที่ช่วยลดความตึงของกล้ามเนื้อคอจากการนั่งทำงานหรือใช้สายตานานๆ

3. จุดไท่หยง (Taiyang) - ขมับ
ตำแหน่ง: บริเวณขมับทั้งสองข้าง (จุดกึ่งกลางระหว่างหางตาและหางคิ้ว)
วิธีนวด: ใช้นิ้วคลึงหรือกดเบาๆ สลับไปมา 1-2 นาที
สรรพคุณ: ลดอาการปวดไมเกรน คลายความเครียด และลดอาการตาล้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. จุดหยินถาง (Yintang) - หว่างคิ้ว
ตำแหน่ง: ตรงกลางหน้าผาก ระหว่างหัวคิ้วทั้งสองข้าง (ตำแหน่งตาที่ 3)
วิธีนวด: ใช้นิ้วชี้หรือนิ้วกลางกดตรงๆ ลงไปเบาๆ ค้างไว้ 10-15 วินาที ทำซ้ำ 1-2 นาที
สรรพคุณ: ช่วยคลายความฟุ้งซ่าน บรรเทาอาการปวดหัวบริเวณหน้าผาก และช่วยให้สมองโล่งสบาย หลับง่ายขึ้น

5. จุดเน่ยกวาน (Neiguan) - ข้อมือด้านใน
ตำแหน่ง: หงายฝ่ามือ วัดจากรอยพับข้อมือลงมาประมาณ 3 นิ้วมือ (อยู่ระหว่างเส้นเอ็นสองเส้น)
วิธีนวด: ใช้นิ้วโป้งกดค้าง 20-30 วินาที หรือนวดคลึงเบาๆ
สรรพคุณ: ช่วยผ่อนคลายความเครียดสะสม และเหมาะมากสำหรับผู้ที่มีอาการปวดหัวไมเกรนร่วมกับอาการคลื่นไส้

ข้อแนะนำเพิ่มเติม
การนวดกดจุดเป็นวิธีแก้ปวดหัวเบื้องต้นที่ทำได้ด้วยตัวเอง ควรทำอย่างนุ่มนวล ไม่ฝืนกดแรงจนเกินไป หากทำควบคู่กับการพักสายตาและยืดกล้ามเนื้อ จะยิ่งช่วยไล่ความล้าและคืนความสดชื่นได้อย่างรวดเร็ว แต่หากอาการปวดหัวรุนแรงและไม่ดีขึ้น ควรรีบปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดเพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงค่ะ